new-article | Birkenstock

Valentino x Birkenstock

Valentino x Birkenstock

Valentino เลือกร่วมมือกับ Birkenstock ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ว่าแฟชั่นจะเปลี่ยนไปยังไง ก็ไม่เคยตามเทรนด์ แต่ยังคงคุณภาพการเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพที่ใส่สบายเท้ามาตลอด รุ่นที่ Birkenstock นำมาคอลแลบคือรุ่น Arizona รุ่น Valentino x Birkenstock รุ่นนี้มีสองสี สีแดงและสีดำ ดีไซน์จะมีโลโก้ VLTN ลงบนหนังด้านข้างของรองเท้ารุ่นสีดำ ส่วนรุ่นสีแดงก็จะเป็นสีแดงทั้งหมดซึ่งเป็นสีอัตลักษณ์ของ Valentino ทั้งสองแบบจะมีวางขายในทั้งช้อป Valentino และ Birkenstock

Valentino-x-Birkenstock
Valentino-x-Birkenstock
Valentino-x-Birkenstock
Valentino-x-Birkenstock
Valentino-x-Birkenstock

เบื้องหลัง Birkenstock

เบื้องหลังรองเท้า Birkenstock

inside

ปี 2555 จุดเปลี่ยนของ birkenstock ไม่เพียง แต่ในแง่ของความทันสมัย ​​แต่ยังรวมถึงความเป็นผู้นำของผู้บริหารด้วย ตระกูล birkenstock ซึ่งดูแลกิจการตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ได้ตัดสินใจมอบการจัดการให้กับบุคคลภายนอกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พนักงานเก่าแก่และ Oliver Reichert ที่ปรึกษาที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการผลิตรองเท้า ของบริษัท markus bensberg ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาทำได้ เขาสามารถเพิ่มยอดขายจาก 11.3 ล้านคู่ เป็น 25 ล้านคู่

รูปร่างของbirkenstock ที่คนเกลียดแต่ก็ยังสวมใส่ นั่นเพราะมันเหมือนยา ที่แม้มันจะขม แต่ก็แลกมากับสุขภาพที่ดีของผู้สวมใส่

Margot Fraser ชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เธอค้นพบรองเท้าที่ใส่สบายในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอต้องการที่จะเผยแผ่ให้คนในอเมริกาไเชด้รู้ถึงความสุขในการได้ใส่รองเท้าแตะที่ใส่สบายอย่าง birkenstock เธอได้ตั้งร้านใน Novato ใน California และได้กลายเป็นคนแรกที่นำเข้า birkenstock มาที่อเมริกา

บริษัทซื้อ โรงงาน Bernstadt Birkenstock มาในปี 2534 ให้รับผิดชอบในส่วนบนของรองเท้า และซับใน footbed มีโดยพนักงานกว่า 600 คน นอกจากนี้ยังมีห้องปฏิบัติการวิจัยเพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุที่ใช้สามารถทนต่อเหงื่อ

inside

มีพนักงาน 1,350 คนทำงานทุกวันเพื่อผลิต fussbett สัญลักษณ์ของ birkenstock จากไม้ก๊อกและ EVA ใช้เม็ดไม้ก๊อก 5,952 ปอนด์ต่อวัน และผลิตได้มากถึง 80,000 fussbett ต่อวัน

inside

ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 birkenstock ได้เป็นแรงบันดาลใจให้ designers photographers และ stylists รุ่นต่อไป birkenstock มีชื่อเสียงในการคัดเลือกแบรนด์ที่เป็นพันธมิตรในการผลิตเข้ามาร่วมมือ มีรายงานว่าได้ลดความร่วมมือกับ Vetements และSupreme
รูปแบบที่ขายดีที่สุดของ birkenstock คือ ความกว้าง (ปกติและแคบ) ตามสไตล์ birkenstock ทั้งหมด
ในฤดูร้อนปี 2562 สไตล์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ Arizona ในวัสดุ taupe Birkoflor

inside

birkenstock มีความมุ่งมั่นที่จะครองโลก สหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดในขณะนี้ “เราสามารถทำธุรกิจสองครั้งภายใน 5 – 7 ปีข้างหน้าในระดับที่ค่อนข้างสูง” Reichert กล่าว จีนและอินเดียเสนอศักยภาพในการเติบโตที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต แต่ยังรวมถึงอเมริกากลางและอเมริกาใต้รวมถึงยุโรปเหนือและยุโรปตะวันออกให้โอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่เนื่องจากยังไม่ได้กระจายในตลาดเหล่านี้ในปัจจุบัน
แม้จะมีความต้องการเพิ่มขึ้น แต่ก็ยืนยันว่า birkenstock จะไม่ย้ายโรงงานผลิตไปต่างประเทศ ลูกค้าของเราคาดหวังว่าเราจะไม่เพียงเติมเต็ม แต่เพื่อกำหนดมาตรฐานสูงสุดในอุตสาหกรรมในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นี่เป็นสิ่งที่ใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อคุณสามารถควบคุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ และนั่นเป็นสาเหตุที่ การผลิตในประเทศเยอรมนี ยังมีความหมายต่อเรา
สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดในปัจจุบัน birkenstock ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นหลัก การส่งมอบสิ่งที่ผู้บริโภคร้องขออาจจะฟังดูง่าย แต่ birkenstock เป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์และ บริษัท ที่ขับเคลื่อนการผลิตในอดีต วันนี้เรากำลังทำให้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

Highlight of The Month August 2019

Highlight of The Month August 2019

highlight-of-the-month-august-2019

Madrid รองเท้าสายเดียวแบบโปร่ง รุ่นคลาสสิคที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ได้เพิ่มลูกเล่นให้หัวเข็มขัดมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังคงคุณภาพในเรื่องความใส่สบายแบบสุดๆ

highlight-of-the-month-august-2019
highlight-of-the-month-august-2019
highlight-of-the-month-august-2019
highlight-of-the-month-august-2019

Madrid ได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้สวมใส่โดยการออกแบบที่เรียบง่าย ใช้วัสดุดั้งเดิมและทนทานในการทำพื้นรองเท้า และเคลือบเงาให้รองเท้าดูดีมากยิ่งขึ้น

highlight-of-the-month-august-2019
highlight-of-the-month-august-2019
highlight-of-the-month-august-2019

Mix and Match

รองเท้าแตะ แมทช์ยังไงให้ปัง

หากคุณกำลังมองหารองเท้าแตะที่ทันสมัย สะดวกสบาย แมทช์ได้กับทุกชุด แนะนำให้ลอง Birkenstock เพราะไม่เพียงแค่ใส่สบาย แต่ยังมีสไตล์ ใส่ได้ตลอดวัน จุดเด่นคือพื้นรองเท้าทำจากไม้ก๊อก เมื่อใส่ไปสักพักรองเท้าจะปรับสภาพไปตามเท้าของเรา ที่ผ่านมาทางแบรนด์ปรับ Design น้อยมาก ทำให้ Birkenstock มีจุดยืนที่ชัดเจนในการคง Design style minimal แต่ไม่ต้องกลัวเอาท์กลัวแก่ไปนะจ๊ะ วันนี้เรามีการ Mix and Match รองเท้าแตะ Birkenstock กับชุดหลายๆสไตล์มากฝากกันจ้า

แมทช์กับชุดสูท

mix-and-match

วันสบายๆ

mix-and-match

ลุคเซ็กซี่

mix-and-match

วันหยุดสุดสัปดาห์

mix-and-match

แมทช์กับกางเกงขาสั้น

mix-and-match

การออกแบบ

การออกแบบรองเท้า Birkenstock

หลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่า… รองเท้า birkenstock ทำไมแพง
ต่างจากรองเท้าแตะทั่วไปยังไง

birkenstock-detail

1. ส่วนบนของรองเท้าจะมีพื้นที่ให้กับนิ้วโป้งมากกว่ารองเท้าทั่วๆไป ทำให้นิ้วโป้งสามารถขยับได้มากกว่ารองเท้าทั่วๆไป และลดโอกาสในการเป็นตาปลา
2. ตัวพื้นรองเท้าส่วนใต้นิ้วเท้าที่ต่อกับเท้า จะมีลักษณะนูนขึ้นรับกับลักษณะรูปเท้า เพื่อช่วยให้มีการไหลเวียนเลือดดีขึ้นในเวลาที่เราเดิน
3. ออกแบบให้เข้ากับลักษณะของอุ้งเท้าและจะช่วยกระจายน้ำหนักตัวขอเราไม่ให้ไปลงที่เฉพาะปลายเท้าและส้นเท้า
4. ส่วนรองรับส้นเท้าจะลึกกว่าปกติ ซึ่งจะช่วยให้กระดูกสันหลังจัดเรียงในลักษณะที่ถูกต้องในเวลาที่เรายืนหรือเดิน
5. พื้นรองเท้าทำมาจากวัสดุกันกระแทก
6. ทำจากเส้นใยปอ ซึ่งเป็นวัสดุที่ช่วยระบายความอับชื้น
7. พื้นรองเท้าอีกชั้นที่ทำจากไม้ก๊อก ซึ่งวัสดุชิ้นนี้จะค่อยๆปรับตัวให้พื้นรองเท้าเข้ากับรูปเท้าเมื่อเราใส่ไปได้สักระยะ
8. พื้นรองเท้าชั้นบนสุดทำจากหนังกลับ ทำให้พื้นรองเท้านุ่ม และแห้งอยู่ตลอดเวลา

วิธีทำความสะอาด

วิธีทำความสะอาดรองเท้า Birkenstock

หนังกลับ

แบบหนังกลับ

1 ทำความสะอาดสิ่งสกปรกออก
ใช้แปรงหนังกลับปัดเศษสิ่งสกปรกออก แปรงหนังกลับอาจช่วยปัดเศษสกปรกส่วนเกินที่อยู่บนพื้นรองเท้า
2 ใช้น้ำยาทำความสะอาด
หยดน้ำยาทำความสะอาดหนังปริมาณเท่าเหรียญ 1 บาทลงบนผ้าสะอาดเนื้อนิ่ม ถูผ้าลงบนรองเท้าเบาๆ ถูน้ำยาลงบนบริเวณหนังกลับที่มีคราบสกปรก อย่าใส่น้ำยาลงบนบริเวณหนังกลับมากเกินไป
3 ปล่อยให้รองเท้าแห้ง
ปล่อยให้รองเท้าแห้งสนิทหลังจากเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดหนังแล้ว เมื่อรองเท้าแห้ง ให้ขัดรองเท้าด้วยแปรงหนังกลับอีกรอบ วิธีนี้จะช่วยให้หนังกลับดูมีสภาพดีเหมือนเดิม

แบบหนัง

1 เตรียมผ้าสำหรับเช็ด
หยดน้ำยาทำความสะอาดหนังปริมาณเท่าเหรียญ 5 บาทลงบนผ้าสะอาดเนื้อนิ่ม ใช้ผ้านี้เช็ดให้ทั่วรองเท้าหนัง ใช้น้ำยาทำความสะอาดปริมาณมากพอที่จะให้น้ำยาซึมลงบนหนัง
2 ขจัดรอยถลอก
ใช้น้ำกับไขปลาวาฬหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหนังเพื่อลบรอยถลอก ระวังอย่าให้หนังรองเท้าเปียกเกินไป
ขจัดคราบเกลือโดยการผสมน้ำและน้ำส้มสายชูกลั่นเท่าๆ กัน ใช้ผ้าชุบส่วนผสมดังกล่าวและเช็ดบริเวณที่เป็นคราบ เช็ดซ้ำไปมาจนกว่าคราบเกลือจะหายไปหมด
3 ขัดถูรองเท้า
ขัดถูรอบๆ รองเท้าด้วยน้ำยาทำความสะอาดหนัง
ใช้ผ้าสะอาดอีกผืนเช็ดทำความสะอาดรองเท้าให้เป็นเงา
4 ปล่อยให้รองเท้าแห้ง
ทิ้งให้รองเท้าแห้งเป็นเวลาหนึ่งคืนก่อนจะใส่ อย่าตากรองเท้าให้แห้งกลางแดด
5 ขัดรองเท้า
ปูพื้นด้วยหนังสือพิมพ์ก่อนขัดรองเท้า เทน้ำยาขัดรองเท้าลงบนผ้า และเช็ดวนเป็นวงกลม เมื่อทาน้ำยาขัดทั่วรองเท้าแล้ว ให้ใช้ผ้าใหม่อีกผืนเช็ดน้ำยาออก โดยเช็ดวนเป็นวงกลม
6 ปล่อยให้รองเท้าแห้ง
ปล่อยให้รองเท้าแห้งหนึ่งคืนก่อนนำมาใส่ อย่าตากรองเท้าหนังกลางแจ้ง
7 ขัดรองเท้าให้เงางาม
ใช้ผ้าขัดวนเป็นวงกลม อาจหยดน้ำลงบนผ้าก่อนขัดด้วย เพื่อให้หนังเงางาม
ทาน้ำยาบำรุงรักษาหนังทุกๆ 2 ปีเพื่อไม่ให้หนังแห้ง

หนังสังเคราะห์

แบบหนังสังเคราะห์

1 ดูแลรองเท้าหนังสังเคราะห์แตกต่างจากรองเท้าแบบอื่น
รองเท้า Birkenstocks ไม่ได้มีแค่แบบหนังแท้และหนังกลับ เพราะ Birkenstocks มักผลิตรองเท้ารุ่นที่ทำจากหนังสังเคราะห์ด้วย ตัวอย่างเช่น รุ่น EVA Malibu รองเท้าแตะรุ่น Waikiki หรือรุ่นอื่นที่ทำจากโพลียูรีเทน วิธีทำความสะอาดรองเท้าแบบนี้นั้นง่ายมาก
2 ขจัดคราบสกปรกออก
ก่อนจะทำความสะอาดด้วยน้ำหรือสบู่ คุณควรขจัดคราบสกปรกที่ขัดได้ออกก่อน ใช้แปรงขนแข็งขจัดคราบสกปรกออกก่อน
3 ล้างรองเท้า
อาจใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยสกปรกออกจากรองเท้า สำหรับรอยที่ขัดออกยาก ให้ใช้น้ำสบู่ร่วมไปด้วย ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่เช็ดลงบนรอยเปื้อน
4 ปล่อยให้รองเท้าแห้ง
ปล่อยให้รองเท้าแห้ง แต่อย่าวางไว้กลางแดด ปล่อยให้รองเท้าแห้งสนิทก่อนนำมาใส่ เพื่อไม่ให้รองเท้าเสียรูปทรง

วิธีทำความสะอาดพื้นรองเท้า

1 ทำความสะอาดพื้นรองเท้า
รองเท้า Birkenstocks นั้นออกแบบมาให้ใช้ได้ทน ดังนั้นจึงต้องคอยทำความสะอาดพื้นรองเท้าเพื่อให้ใช้รองเท้าได้นาน มักเกิดกลิ่นเหม็นบริเวณพื้นรองเท้าได้เร็วที่สุด รองเท้า Birkenstocks นั้นมีพื้นรองเท้าแบบเดียวกันทุกรุ่น ดังนั้นคุณจึงใช้วิธีเดียวกันทำความสะอาดได้
2 ทำความสะอาดพื้นรองเท้าเป็นประจำ
คราบดินและหญ้าทำให้พื้นรองเท้ามีรอยเปื้อนสีดำได้ง่ายที่สุด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดพื้นรองเท้าทุกๆ 3 อาทิตย์ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งหนึ่งคืน
หากคุณทำรองเท้าเปื้อนโคลน ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดและปล่อยให้แห้งหนึ่งคืน ระวังอย่าให้พื้นรองเท้าชื้นมากเกินไป
3 ทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีตามบ้าน
คุณสามารถใช้เบคกิ้งโซดาและน้ำทำความสะอาดพื้นรองเท้าได้ ผสมน้ำ 2 ช้อนโต๊ะและเบคกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกัน เมื่อผสมแล้วจะได้เป็นเนื้อครีมออกมา ใส่เบคกิ้งโซดาเพิ่มถ้าเนื้อเหลวเกินไป
ป้ายส่วนผสมที่ได้ลงบนพื้นรองเท้า และใช้แปรงสีฟันเก่าขัดเบาๆ ขัดวนเป็นวงกลมและใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออก
ปล่อยให้รองเท้าแห้งก่อนจะขัดต่อ อย่าตากรองเท้าให้แห้งกลางแดด