Birkenstock-True Beauty Series รองเท้าสุดคลาสสิกที่กำลังมาแรง | Birkenstock

กำลังเป็นกระแสสำหรับคอคนรัก K-Series ในตอนนี้กับซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้จากเว็บตูนยอดฮิต True Beauty หรือ ชื่อภาษาไทยว่า ‘ความลับของนางฟ้า’ เรื่องราวของยัยลูกเป็ดขี้เหร่ อิมจูกยอง (นำแสดงโดย มุนกายอง) ที่กลายร่างเป็นหงส์ด้วยสกิลการแต่งหน้าขั้นเทพ ทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าแสนสวยในสายตาเพื่อนๆ ในโรงเรียน แต่ในมุมส่วนตัวอิมจูกยองคือสาวแว่นบ้านๆ สุดเนิร์ด ผู้ชมหมกตัวอ่านหนังสือการ์ตูนผีในร้านเช่าการ์ตูนแถวบ้าน ชุดที่เธอเลือกใส่ไปมักเป็นชุดสไตล์โอเว่อร์ไซส์ใส่สบายแมทช์กับกางเกงวอร์มนุ่มๆ ถุงเท้าเนื้อหนา และรองเท้ากึ่งลำลองของ Birkenstock (เบอร์เคนสต๊อก) รุ่น Boston Suede สี Clog บอกเลยว่าไม่แปลกใจที่ยัยลูกเป็ดขี้เหรี่เลือกสวมรองเท้ารุ่นนี้ เพราะนอกจากจะใส่สะดวกแล้ว พื้นรองเท้า (Foot bed) ยังเป็นแบบ Soft Food bed ที่พื้นซับในรองเท้าทำจากหนังกลับนุ่มๆ ใส่แล้วฟินสุดๆ

Birkenstock รุ่น Boston เป็นหนึ่งในรองเท้าคลาสสิกที่สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งปี ด้วยการออกแบบเฉพาะตัวที่ซับซ้อน ส่วนบนทำจากหนังธรรมชาติคุณภาพสูงที่มีความอ่อนนุ่มและความทนทาน มีความหนา 2.8 – 3.2 มิลลิเมตร ในส่วนของวัสดุรองพื้นผลิตจากไม้ก๊อก ซึ่งเป็นวัสดุยั่งยืนที่ทำจากชั้นเปลือกของไม้ก๊อก ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาตินี้สามารถรองรับน้ำหนักและกันกระแทกได้ดีมาก อีกทั้งยังเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์ Birkenstock ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้เสมอเหมือน และส่วนของพื้นรองเท้าชั้นนอก ผลิตจาก EVA (เอทิลีนไวนิลอะซิเตท) เป็นวัสดุยืดหยุ่นคุณภาพสูงน้ำหนักเบามากและรองรับแรงกระแทกได้ดี ด้วยเหตุนี้จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกย่างก้าวจะได้รับการรองรับอย่างนุ่มนวลแน่นอน ถึงแม้จะยังไม่มีโทนสี Clog วางจำหน่ายในประเทศไทย แต่รองเท้ารุ่นนี้ยังมีสี Black, Blue และ Dark Brown ให้เลือกใส่อีกด้วย

Birkenstock รุ่น Boston สี Black, Blue และ Dark Brown ราคาคู่ละ 4,690 บาท

ใครเป็นแฟนของแบรนด์หรือเป็นแฟนของซีรีส์เรื่องนี้ แล้วอยากลองหยิบรองเท้ารุ่น Boston แบบอิมจูกยองมาใส่แล้วละก็ แวะไปได้ที่ร้าน Birkenstock หรือร้าน Ikon ทุกสาขา หรือคลิกเข้าไปช้อปฯ รองเท้ารุ่นล่าสุดได้แล้วที่เว็ปไซต์ www.ikonthailand.com

5 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Birkenstock

  1. Birkenstock เป็นแบรนด์รองเท้าระดับโลก ที่ดำเนินกิจการมายาวนานที่สุดถึง 244 ปี และเป็นธุรกิจแบบครอบครัวที่ดำเนินกิจการมายาวนานถึง 6 รุ่น (นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1774)
  2. พื้นรองเท้าของ Birkenstock คือ หัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่นที่ไม่มีใครเลียนแบบคุณภาพได้เทียบเท่า
  3. คำว่า “Footbed” ถูกนำมาใช้เลือกพื้นรองเท้าของ Birkenstock ครั้งแรกในปี 1930
  4. รองเท้าของ Birkenstock ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  5. ส้นรองเท้าลักษณะก้นลึกของ Birkenstock ออกแบบมาช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและปรับกระดูกสันหลังให้ตรงขึ้น

ต่อให้เลียนแบบเท่าไร ก็ไม่มีวันได้คุณภาพที่เหมือนกับ: ต้นฉบับพื้นรองเท้า (Footbed) ระดับพรีเมี่ยมของเบอร์เคนสต๊อก

ต้นฉบับพื้นรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น แม้แต่ในปัจจุบันเราต่างก็ยังคงต้องการความสบายที่ไม่ต่างกัน ซึ่งคำว่า “Footbed” (พื้นรองเท้า) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1930 โดยเบอร์เคนสต๊อกได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ

การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

รายละเอียดของพื้นรองเท้า

  1. ส้นรองเท้าก้นลึก
    การขึ้นรูปที่ลึกมากในบริเวณส้นเท้า ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ สิ่งนี้ช่วยให้เท้าของเราได้รับการรองรับที่ดีเทียบเท่ากับการใส่รองเท้าแบบปิดมิดชิด ทั้งที่กำลังใส่รองเท้าแตะอยู่
  2. แม่พิมพ์ส้นเท้า
    ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น
  3. การออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง
    ส่วนโค้งตามแนวยาวของพื้นรองเท้าด้านข้างนั้นล้อมรอบกระดูกช่วงข้อเท้า (tarsal) ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เท้าของเรามีความมั่นคงมากขึ้นเวลาก้าวเดิน
  4. เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ
    เส้นโค้งที่พาดกลางผ่านกลางฝ่าเท้านั้นช่วยรักษากระดูกฝ่าเท้าให้คงที่ ซึ่งเส้นโค้งแนวขวางนั้นช่วยทำให้เท้าถูกลักษณะตามธรรมชาติและท่าทางการยืนและเดินที่มั่นคงขึ้น
  5. ร่องยึดนิ้วเท้า
    รอยยักที่เยื้องอยู่ช่วงด้านหน้าของพื้นรองเท้าใกล้กับนิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งช่วงร่องยึดนิ้วเท้านั้นออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ
  6. ขอบของพื้นรองเท้า
    พื้นรองเท้าถูกยกให้สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี

พื้นรองเท้าให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย