@birkenstocksandals | Birkenstock

หลังกระแส ‘รองเท้าแตะ’ โดนโจมตีอย่างหนักเมื่อช่วงที่ผ่านมา ถึงความไม่เหมาะสมจนถูกกลว่าวหาว่าเป็นสิ่งที่ ‘ไม่ควร’ ใส่เวลาออกจากบ้าน… ถือเป็นช่วงเวลาเหมาะ ที่ #cheezelooker จะแนะนำรองเท้าแตะที่ใส่แล้วเท่ น่ารักและที่สำคัญคือสบายเท้า

BIRKENSTOCK แบรนด์รองเท้าแตะเพื่อสุขภาพจากเยอรมัน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานมากกว่า 200 ปี ถือเป็นแบรนด์รองเท้าที่ ‘ไม่ตามแฟชั่น’ เพราะไม่ว่าเทรนด์แฟชั่นจะเปลี่ยนไปยังไง แต่ BIRKENSTOCK ก็ยังคงความมินิมอล เข้าใจง่ายและเน้นเรื่องฟังก์ชั่นการสวมใส่ที่สบายเท้าตามแบบฉบับของแบรนด์ อย่างที่รู้กันว่ารองเท้า BIRKENSTOCK นั้นมีหลากหลายรุ่น หลายดีไซน์ให้เลือกสวมใส่ อย่าง ARIZONA, LONDON, MONTANA, TORINO ครั้งนี้ #cheezelooker ขอโฟกัสไปที่รุ่น BOSTON

นอกจากความสบายแล้ว BIRKENSTOCK BOSTON ยังให้ VIBE ของความเป็นแฟชั่น ที่ดูไม่เรียบจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ดูจัดจ้านกำลังพอดี รวมถึงอาจจะช่วยขยับเลเวลความสุภาพ และลดความชิลได้มากกว่า BIRKENSTOCK บางรุ่น

BIRKENSTOCK BOSTON ราคาในเว็บไซต์จะอยู่ที่ประมาณ 4,690 บาท หรือถ้าใครที่ไม่ติดเรื่องรองเท้ามือสอง ก็สามารถ Search หาได้ใน Facebook Page หรือตามแหล่งขายรองเท้ามือสอง ซี่งราคาก็จะตกอยู่ที่ 900 บาท (ตามวัสดุและสภาพ)

HOW TO
BIRKENSTOCK BOSTON สามารถแมทช์กับเสื้อผ้าได้หลายลุค ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้น (ทั้งหญิงและชาย) กระโปรง, ชุดเดรส, ยีนส์เดนิม ไปจนถึงกางเกงผ้าแบบชิโน เอาเป็นว่าอันที่จริง BOSTON นี้ใส่ได้เกือบจะทุกลุค เพียงแค่บางครั้งอาจลองเพิ่มดีเทลและลูกเล่นด้วยการเพิ่มถุงเท้า ทั้งสีหรือลายสวยๆ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและวิธีการมิกซ์แอนด์แมชท์ของแต่ละคนแล้วแหละ

ก้าวสู่ช่วงปลายปีด้วยเหล่ารองเท้ารุ่นใหม่จาก Birkenstock (เบอร์เคนสต๊อก) ที่มีทั้งการนำวัสดุและลวดลายแปลกใหม่มาใส่ลงในรองเท้ารุ่นยอดนิยมเพื่อเพิ่มสีสันในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็น Arizona Embossed Leather Snake / Arizona Gator Gleam และ Gizeh Gator Gleam นอกจากนี้ยังมีรองเท้ารุ่นใหม่อย่าง รุ่น Milano (มิลาโน) ออกมาเอาใจสาวกของ เบอร์เคนสต๊อกผู้ชื่นชอบรองเท้าแตะสไตล์กึ่งลำลองได้เลือกสวมใส่

รองเท้ารุ่น Arizona Embossed Leather Snake (Brown & Beige) ราคา 4,690 บาท

เบอร์เคนสต๊อกรุ่น Arizona นับเป็นรองเท้ารุ่นคลาสสิกที่สามารถใส่ได้ให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกที่ได้รับความนิยมมานานหลายทศวรรษ โดยในซีซั่นนี้ ทางแบรนด์ได้เพิ่มความโดดเด่นให้รุ่น Arizona ด้วยลวดลายหนังงู พร้อมพื้นผิวมันวาวดูหรูหรา ทำให้ได้รองเท้าที่มีรูปลักษณ์และสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมแผ่นซับในรองพื้นทำจากหนังสีเรียบเนื้อนุ่ม และหัวเข็มขัดที่เข้ากันดีกับสีของหนังงูช่วยเสริมให้รองเท้ารุ่นนี้หรูหรายิ่งขึ้น

รองเท้ารุ่น Arizona Gator Gleam และ รุ่น Gizeh Gator Gleam (Black & Copper) ราคา 3,690 บาท

Advertisement

นอกจากลายหนังงูแล้ว ในซีซั่นนี้ยังนำรองเท้าสองรุ่นคลาสสิกประจำแบรนด์อย่าง รุ่น Arizona และ Gizeh มาพิมพ์ลวดลายจระเข้ลงบนวัสดุไมโครไฟเบอร์เนื้อแวววาวสะดุดตา พร้อมพื้นรองเท้าที่ทำจากหนังกลับสีเรียบเนื้อนุ่ม และหัวเข็มขัดที่มีโทนสีกลมกลืนกับตัวรองเท้าช่วยเสริมให้รองเท้าสองรุ่นนี้มีความเรียบหรูยิ่งขึ้น

รองเท้ารุ่น Milano (Black, Dark Brown, White) ราคา 3,590 บาท

สมาชิกรุ่นล่าสุดของครอบครัวเบอร์เคนสต๊อก อย่างรุ่น Milano ที่บอกเลยว่ารับประกันการยึดเกาะสูง และให้ความมั่นคงในทุกการเคลื่อนไหว โดยส่วนด้านหน้ารองเท้าออกแบบให้มีความกระชับขึ้นเล็กน้อย พร้อมสายรัดสองเส้น และสายรัดด้านหลังเท้ามีขนาดกว้าง ส่วนด้านบนทำจากวัสดุ Birko-Flor® เอกลักษณ์เฉพาะของเบอร์เคนสต๊อก

ถือเป็นรองเท้าแตะที่ค่อนข้างมีราคาในบ้านเราสำหรับ “Birkenstock” ซึ่งสามารถนำมาแมทช์กับการแต่งกายได้ง่ายและหลากหลายลุค นอกจากนี้วัสดุของ Birkenstock ยังทำมาจากไม้ก๊อกที่มีความยืดหยุ่นและโค้งรับกับสรีระเท้าของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

ช่วงนี้กระแสการสวมใส่ รองเท้าแตะ กำลังมาแรงแซงทุกเทรนด์จริงๆ เพราะเหล่าคนรักรองเท้าแตะกำลังตื่นตัวกับการถูกพาดพิงถึงความไม่เหมาะสมในการสวมใส่รองเท้าแตะในที่สาธารณะ เพราะทำให้ไปสร้างความไม่สะบายตาให้กับผู้คนรอบข้าง (บล็อกเกอร์ท่านหนึ่งเขาว่ามา แต่ล่าสุดเขาขออภัยแล้ว) เราเลยอยากพาคุณไปรู้จักกับ รองเท้าแตะ เบอร์เคนสต๊อก ที่เชื่อว่าหลายๆคนคุ้นตากันดี และอยากมีไว้ครอบครองบ้าง แต่พอเห็นราคาที่แท้จริงของเขาแล้วก็ทำเอาตะลึงไปนิดนึง และถึงแม้ว่าราคารองเท้าแตะแบรนด์นี้จะมีราคาเริ่มต้นที่หลักครึ่งหมื่นหรือลากไปจนแตะหมื่นได้ แต่ผู้คนยังให้การยอมรับและยอมควักเงินจ่ายให้อย่างง่ายดาย มันมีอะไรดี และมันดียังไง เราจะพาไปทำความรู้จักกันค่ะ

ไอคอนดั้งเดิมของ Birkenstock คลาสสิกในคอลเล็คชั่น Big Buckle ด้วย Arizona Big Buckle ที่ประดับหัวเข็มขัดขนาดใหญ่ที่สามารถปรับขนาดได้บนสายรัดทั้งสองเส้น และหนังระดับพรีเมี่ยมอย่างหนังนูบัคสุดหรูที่มีทั้งความโดดเด่นและเรียบง่ายในคราวเดียวกัน มาพร้อมกับพื้นรองเท้าซึ่งทำจากไม้ค็อกสวมใส่สบาย ซับด้านในพื้นรองเท้าทำจากหนังแท้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หลักของแบรนด์ ราคา 7,490 บาท

เบอร์เคนสต๊อกได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น ไว้ดังนี้
ส้นรองเท้าก้นลึก การขึ้นรูปที่ลึกมากในบริเวณส้นเท้า ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ สิ่งนี้ช่วยให้เท้าของเราได้รับการรองรับที่ดีเทียบเท่ากับการใส่รองเท้าแบบปิดมิดชิด ทั้งที่กำลังใส่รองเท้าแตะอยู่

แม่พิมพ์ส้นเท้า ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น

การออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง ส่วนโค้งตามแนวยาวของพื้นรองเท้าด้านข้างนั้นล้อมรอบกระดูกช่วงข้อเท้า (tarsal) ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เท้าของเรามีความมั่นคงมากขึ้นเวลาก้าวเดิน

เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ เส้นโค้งที่พาดกลางผ่านกลางฝ่าเท้านั้นช่วยรักษากระดูกฝ่าเท้าให้คงที่ ซึ่งเส้นโค้งแนวขวางนั้นช่วยทำให้เท้าถูกลักษณะตามธรรมชาติและท่าทางการยืนและเดินที่มั่นคงขึ้น

ร่องยึดนิ้วเท้า รอยยักที่เยื้องอยู่ช่วงด้านหน้าของพื้นรองเท้าใกล้กับนิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งช่วงร่องยึดนิ้วเท้านั้นออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ

ขอบของพื้นรองเท้า พื้นรองเท้าถูกยกให้สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี

หากพื้นรองเท้าให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย เป็นยังไงคะ หลังจากที่ได้อ่านคุณสมบัติแล้ว ก็อยากจะมีไว้ครอบครองสักคู่จริงๆใช่ไหมล่ะ

สวัสดีค่ะ มาสิแฟนทุกๆ คน วันนี้มาสิ จะมาแนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพว่าทำไมรองเท้าแบรนด์ BIRKENSTOCK ถึงถูกขนานนามว่าเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ และราคาที่สูงเนี่ยคุ้มค่ากับการลงทุนซื้อรองเท้าดีๆ แบบ BIRKENSTOCK มั้ย? มาสิจะบอกให้

รองเท้า BIRKENSTOCK นั้นเป็นที่นิยมในไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยกระแสสุดฮิตของเหล่าฮิปสเตอร์ที่มักนิยมสวมใส่ ดีไซน์พื้นรองเท้าที่ทำด้วยไม้ก๊อกสมกับยางที่รองรับกับแผ่นหลัง และสายรัดเท้าที่ทำจากวัสดุหนังอย่างดี ทำให้เหมาะกับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์เพิ่มความคล่องตัวให้กับคุณ กล่าวมาขนาดนี้แล้วหลายคนคงอยากจะรู้ที่มาของรองเท้า BIRKENSTOCK แล้ว แบรนด์นี้ได้ก่อตั้งมาปี ค.ศ. 1774 ประเทศเยอรมัน ด้วยความต่อใจของคุณหมอท่านหนึ่งที่ต้องบืนผ่าตัดเป็นระยะเวลานานจนปวดเท้า จึงได้ออกแบบรองเท้าที่ผ่านกระบวนการคิดวว่านอกจากรองเท้าจะต้องดีไซน์ดี ใส่สบายแล้ว ยังต้องซัพพอร์ตสุขภาพเท้าและแผ่นหลังด้วย ซึ่งแบรนด์ BIRKENSTOCK ก็สามารถผลิตรองเท้าที่ไม่ได้ช่วยแค่ซัพพอร์ตสุขภาพเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการกระจายน้ำหนักได้อย่างถูกต้อง นั้นทำให้กระดูกสันหลังจัดเรียงได้ถูกต้อง เดินหลังตรงขึ้นเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี

ต้อนรับเดือนสุดท้ายของปี 2020 ด้วยเซ็ตรองเท้าแตะรุ่น EVA รองเท้าแตะที่เป็นมิตรกับน้ำ มีความยืดหยุ่น และอ่อนนุ่มเหมาะสำหรับทั้งครอบครัว สวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาสและสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าที่บ้าน ริมสระว่ายน้ำ ไปจนถึงริมชายหาดสุดชิล

Birkenstock Arizona ถือเป็นอีกหนึ่งไอคอนที่มีดีไซน์คลาสสิกและผลิตขึ้นจากพื้นไม้ค็อก ก่อนจะนำ EVA ที่เป็นวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ และมีความยืดหยุ่นสูงมาใช้ผลิตเป็นรองเท้าแตะรุ่น Arizona EVA ขึ้น โดยรองเท้ารุ่นพิเศษนี้มีคุณสมบัติดูดซับแรงกระแทก กันน้ำ เหมาะสวมใส่ริมชายหาด ในสวน หรือจะใส่สวยๆ เดินชิลๆ ช่วงวันหยุด มาพร้อมเฉดสีใหม่ให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สี Active Red, Active Lime และ Purple Fog

THE ARIZONA BIG BUCKLE COLLECTION (ราคา 7,490 บาท)

ไอคอนดั้งเดิมของ Birkenstock ขอยกระดับความคลาสสิกในคอลเล็คชั่น Big Buckle ไปอีกขั้น ด้วย Arizona Big Buckle ที่ประดับหัวเข็มขัดขนาดใหญ่ที่สามารถปรับขนาดได้บนสายรัดทั้งสองเส้น และหนังระดับพรีเมี่ยมอย่างหนังนูบัคสุดหรูที่มีทั้งความโดดเด่นและเรียบง่ายในคราวเดียวกัน มาพร้อมกับพื้นรองเท้าซึ่งทำจากไม้ค็อกสวมใส่สบาย ซับด้านในพื้นรองเท้าทำจากหนังแท้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หลักของแบรนด์อีกด้วย สำหรับคอลเล็คชั่นยอดนิยมนี้มาในโทนสีรับลมหนาวหลากสไตล์ ได้แก่สี Jade, Cognac และ Light Rose

ต่อให้เลียนแบบเท่าไร ก็ไม่มีวันได้คุณภาพที่เหมือนกับ:
ต้นฉบับพื้นรองเท้า (Footbed) ระดับพรีเมี่ยมของเบอร์เคนสต๊อก

ต้นฉบับพื้นรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น แม้แต่ในปัจจุบันเราต่างก็ยังคงต้องการความสบายที่ไม่ต่างกัน ซึ่งคำว่า “Footbed” (พื้นรองเท้า) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1930 โดยเบอร์เคนสต๊อกได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ

การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

รายละเอียดของพื้นรองเท้า

  1. ส้นรองเท้าก้นลึก
    การขึ้นรูปที่ลึกมากในบริเวณส้นเท้า ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ สิ่งนี้ช่วยให้เท้าของเราได้รับการรองรับที่ดีเทียบเท่ากับการใส่รองเท้าแบบปิดมิดชิด ทั้งที่กำลังใส่รองเท้าแตะอยู่
  2. แม่พิมพ์ส้นเท้า
    ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น
  3. การออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง
    ส่วนโค้งตามแนวยาวของพื้นรองเท้าด้านข้างนั้นล้อมรอบกระดูกช่วงข้อเท้า (tarsal) ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เท้าของเรามีความมั่นคงมากขึ้นเวลาก้าวเดิน
  4. เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ
    เส้นโค้งที่พาดกลางผ่านกลางฝ่าเท้านั้นช่วยรักษากระดูกฝ่าเท้าให้คงที่ ซึ่งเส้นโค้งแนวขวางนั้นช่วยทำให้เท้าถูกลักษณะตามธรรมชาติและท่าทางการยืนและเดินที่มั่นคงขึ้น
  5. ร่องยึดนิ้วเท้า
    รอยยักที่เยื้องอยู่ช่วงด้านหน้าของพื้นรองเท้าใกล้กับนิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งช่วงร่องยึดนิ้วเท้านั้นออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ
  6. ขอบของพื้นรองเท้า
    พื้นรองเท้าถูกยกให้สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี

พื้นรองเท้าให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย

กำลังเป็นกระแสสำหรับคอคนรัก K-Series ในตอนนี้กับซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้จากเว็บตูนยอดฮิต True Beauty หรือ ชื่อภาษาไทยว่า ‘ความลับของนางฟ้า’ เรื่องราวของยัยลูกเป็ดขี้เหร่ อิมจูกยอง (นำแสดงโดย มุนกายอง) ที่กลายร่างเป็นหงส์ด้วยสกิลการแต่งหน้าขั้นเทพ ทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าแสนสวยในสายตาเพื่อนๆ ในโรงเรียน แต่ในมุมส่วนตัวอิมจูกยองคือสาวแว่นบ้านๆ สุดเนิร์ด ผู้ชมหมกตัวอ่านหนังสือการ์ตูนผีในร้านเช่าการ์ตูนแถวบ้าน ชุดที่เธอเลือกใส่ไปมักเป็นชุดสไตล์โอเว่อร์ไซส์ใส่สบายแมทช์กับกางเกงวอร์มนุ่มๆ ถุงเท้าเนื้อหนา และรองเท้ากึ่งลำลองของ Birkenstock (เบอร์เคนสต๊อก) รุ่น Boston Suede สี Clog บอกเลยว่าไม่แปลกใจที่ยัยลูกเป็ดขี้เหรี่เลือกสวมรองเท้ารุ่นนี้ เพราะนอกจากจะใส่สะดวกแล้ว พื้นรองเท้า (Foot bed) ยังเป็นแบบ Soft Food bed ที่พื้นซับในรองเท้าทำจากหนังกลับนุ่มๆ ใส่แล้วฟินสุดๆ

Birkenstock รุ่น Boston เป็นหนึ่งในรองเท้าคลาสสิกที่สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งปี ด้วยการออกแบบเฉพาะตัวที่ซับซ้อน ส่วนบนทำจากหนังธรรมชาติคุณภาพสูงที่มีความอ่อนนุ่มและความทนทาน มีความหนา 2.8 – 3.2 มิลลิเมตร ในส่วนของวัสดุรองพื้นผลิตจากไม้ก๊อก ซึ่งเป็นวัสดุยั่งยืนที่ทำจากชั้นเปลือกของไม้ก๊อก ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาตินี้สามารถรองรับน้ำหนักและกันกระแทกได้ดีมาก อีกทั้งยังเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์ Birkenstock ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้เสมอเหมือน และส่วนของพื้นรองเท้าชั้นนอก ผลิตจาก EVA (เอทิลีนไวนิลอะซิเตท) เป็นวัสดุยืดหยุ่นคุณภาพสูงน้ำหนักเบามากและรองรับแรงกระแทกได้ดี ด้วยเหตุนี้จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกย่างก้าวจะได้รับการรองรับอย่างนุ่มนวลแน่นอน ถึงแม้จะยังไม่มีโทนสี Clog วางจำหน่ายในประเทศไทย แต่รองเท้ารุ่นนี้ยังมีสี Black, Blue และ Dark Brown ให้เลือกใส่อีกด้วย

Birkenstock รุ่น Boston สี Black, Blue และ Dark Brown ราคาคู่ละ 4,690 บาท

ใครเป็นแฟนของแบรนด์หรือเป็นแฟนของซีรีส์เรื่องนี้ แล้วอยากลองหยิบรองเท้ารุ่น Boston แบบอิมจูกยองมาใส่แล้วละก็ แวะไปได้ที่ร้าน Birkenstock หรือร้าน Ikon ทุกสาขา หรือคลิกเข้าไปช้อปฯ รองเท้ารุ่นล่าสุดได้แล้วที่เว็ปไซต์ www.ikonthailand.com

5 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Birkenstock

  1. Birkenstock เป็นแบรนด์รองเท้าระดับโลก ที่ดำเนินกิจการมายาวนานที่สุดถึง 244 ปี และเป็นธุรกิจแบบครอบครัวที่ดำเนินกิจการมายาวนานถึง 6 รุ่น (นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1774)
  2. พื้นรองเท้าของ Birkenstock คือ หัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่นที่ไม่มีใครเลียนแบบคุณภาพได้เทียบเท่า
  3. คำว่า “Footbed” ถูกนำมาใช้เลือกพื้นรองเท้าของ Birkenstock ครั้งแรกในปี 1930
  4. รองเท้าของ Birkenstock ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  5. ส้นรองเท้าลักษณะก้นลึกของ Birkenstock ออกแบบมาช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและปรับกระดูกสันหลังให้ตรงขึ้น

ต่อให้เลียนแบบเท่าไร ก็ไม่มีวันได้คุณภาพที่เหมือนกับ: ต้นฉบับพื้นรองเท้า (Footbed) ระดับพรีเมี่ยมของเบอร์เคนสต๊อก

ต้นฉบับพื้นรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น แม้แต่ในปัจจุบันเราต่างก็ยังคงต้องการความสบายที่ไม่ต่างกัน ซึ่งคำว่า “Footbed” (พื้นรองเท้า) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1930 โดยเบอร์เคนสต๊อกได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ

การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

รายละเอียดของพื้นรองเท้า

  1. ส้นรองเท้าก้นลึก
    การขึ้นรูปที่ลึกมากในบริเวณส้นเท้า ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ สิ่งนี้ช่วยให้เท้าของเราได้รับการรองรับที่ดีเทียบเท่ากับการใส่รองเท้าแบบปิดมิดชิด ทั้งที่กำลังใส่รองเท้าแตะอยู่
  2. แม่พิมพ์ส้นเท้า
    ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น
  3. การออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง
    ส่วนโค้งตามแนวยาวของพื้นรองเท้าด้านข้างนั้นล้อมรอบกระดูกช่วงข้อเท้า (tarsal) ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เท้าของเรามีความมั่นคงมากขึ้นเวลาก้าวเดิน
  4. เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ
    เส้นโค้งที่พาดกลางผ่านกลางฝ่าเท้านั้นช่วยรักษากระดูกฝ่าเท้าให้คงที่ ซึ่งเส้นโค้งแนวขวางนั้นช่วยทำให้เท้าถูกลักษณะตามธรรมชาติและท่าทางการยืนและเดินที่มั่นคงขึ้น
  5. ร่องยึดนิ้วเท้า
    รอยยักที่เยื้องอยู่ช่วงด้านหน้าของพื้นรองเท้าใกล้กับนิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งช่วงร่องยึดนิ้วเท้านั้นออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ
  6. ขอบของพื้นรองเท้า
    พื้นรองเท้าถูกยกให้สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี

พื้นรองเท้าให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย

สำหรับช่วง Spring- Summer 2021 นี้ BIRKENSTOCK (เบอร์เคนสต๊อก) ขอยกระดับคอลเลกชั่นให้มีความสนุกขึ้นไปอีกขั้นโดยเปลี่ยนไอเท็มรุ่นคลาสสิกให้กลายเป็นของร่วมสมัยที่ทุกคนต้องมี! โดยซีซั่นล่าสุดนี้ขอนำเสนอรองเท้าแตะหลากเฉดสีรับหน้าร้อน สีสันสดใส และสีพื้นที่มีลูกเล่นซับซ้อน ไม่ว่ารองเท้าจะเป็นรุ่นคลาสสิกหรือทันสมัย พื้นรองเท้าของ BIRKENSTOCK ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่หล่อหลอมให้เข้ากับรองเท้าแต่ละสไตล์ การจับคู่ความคิดร่วมสมัยเข้ากับงานดีไซน์สุดคลาสสิกและเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ทำให้ได้ไอเท็มที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง สำหรับฤดูร้อนนี้การออกแบบรองเท้าสไตล์ใหม่อันโดดเด่นสำหรับทั้งชายและหญิง ได้ใช้วัสดุเป็นหนังกลับนุ่มและหนังมันวาวสีเอิร์ธโทนในการผลิต

BIRKENSTOCK เปิดฤดูกาลด้วยรองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Arizona ที่ถูกดีไซน์ให้มีความทันสมัยขึ้นอย่างรุ่น Arizona Split ซึ่งเป็นรูปแบบที่นำความคลาสสิกของแบรนด์มานำเสนอในมุมมองสดใหม่ขึ้นด้วยองค์ประกอบกราฟิก การผสมผสานสีที่หรูหราของสีเอิร์ธโทนและหัวเข็มขัดที่เข้ากันกับพื้นผิวด้านทำให้ได้ไอเท็มในสไตล์ฤดูร้อนสบายๆ นอกจากสไตล์โทนสีเรียบแล้ว ยังเพิ่มความสนุกด้วยการแต่งแต้มสีสันให้กับสาวๆ ด้วยอีกหนึ่งรองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Madrid รุ่น Big Buckle ที่มาในโทนสีอ่อนและสีมิเนอรัล

สำหรับใครที่กำลังมองหาลุคที่ดูปราณีตขึ้น นอกจากความคลาสสิกแล้ว BIRKENSTOCK ยังสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่องด้วยลุคสปอร์ตผ่านรองเท้าสไตล์ EVA ที่ออกแบบให้สามารถใส่ได้ทั้งบนชายหาดและในเมืองได้อย่างง่ายดาย พร้อมเฉดสีที่สะท้อนกลิ่นอายฤดูร้อนอันอบอุ่น อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาและกันน้ำได้ เหมาะสำหรับใส่ออกไปเดินเล่นในวันที่อากาศแจ่มใส

ต้นฉบับพื้นรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น แม้แต่ในปัจจุบันเราต่างก็ยังคงต้องการความสบายที่ไม่ต่างกัน ซึ่งคำว่า “Footbed” (พื้นรองเท้า) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1930 โดยเบอร์เคนสต๊อกได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ

การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

รายละเอียดของพื้นรองเท้า

  1. ส้นรองเท้าก้นลึก
    การขึ้นรูปที่ลึกมากในบริเวณส้นเท้า ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ สิ่งนี้ช่วยให้เท้าของเราได้รับการรองรับที่ดีเทียบเท่ากับการใส่รองเท้าแบบปิดมิดชิด ทั้งที่กำลังใส่รองเท้าแตะอยู่
  2. แม่พิมพ์ส้นเท้า
    ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น
  3. การออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง
    ส่วนโค้งตามแนวยาวของพื้นรองเท้าด้านข้างนั้นล้อมรอบกระดูกช่วงข้อเท้า (tarsal) ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เท้าของเรามีความมั่นคงมากขึ้นเวลาก้าวเดิน
  4. เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ
    เส้นโค้งที่พาดกลางผ่านกลางฝ่าเท้านั้นช่วยรักษากระดูกฝ่าเท้าให้คงที่ ซึ่งเส้นโค้งแนวขวางนั้นช่วยทำให้เท้าถูกลักษณะตามธรรมชาติและท่าทางการยืนและเดินที่มั่นคงขึ้น
  5. ร่องยึดนิ้วเท้า
    รอยยักที่เยื้องอยู่ช่วงด้านหน้าของพื้นรองเท้าใกล้กับนิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งช่วงร่องยึดนิ้วเท้านั้นออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ
  6. ขอบของพื้นรองเท้า
    พื้นรองเท้าถูกยกให้สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี

พื้นรองเท้าให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย

ทุกซีซัน คำว่า “คลาสสิก” คือคำนิยามหลักใจความของ เบอร์เคนสต๊อก คอลเลคชั่น (Birkenstock Collection) ในมุมของประวัติศาสตร์แบรนด์และการดีไซน์อันน่าประทับล้วนเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน นับเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงความสามารถในการปรับตัวและความเป็นอมตะของรองเท้าที่เป็นรุ่นยอดนิยมทุกรุ่นของแบรนด์

ไม่ว่าจะเป็นรุ่นมาดริด (Madrid) กิซ่า (Gizeh) และแอริโซนา (Arizona) ล้วนเป็นรองเท้ารุ่นที่ทั่วโลกต่างรู้จักกันดี สำหรับใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ แม้ว่าจะปิดตาอยู่ก็ตามสามารถรับรู้ได้ถึงรูปทรงของรองเท้า เพียงแค่สอดเท้าเข้าไปเท่านั้น เบอร์เคนสต๊อก (Birkenstock) โดดเด่นด้านการจัดวางตำแหน่งเท้าเพื่อสุขภาพและการวางท่วงท่าที่สบายขึ้น และตราสัญลักษณ์ของเยอรมันนั้นตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนมานานนับทศวรรษ โดยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่คงทนและสร้างการออกแบบที่น่าดึงดูด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รองเท้ารุ่นคลาสสิคทุกรุ่นถูกออกแบบมาให้สวมใส่และเป็นที่รักของผู้ที่สวมมาอย่างยาวนาน

ที่เบอร์เคนสต๊อก หนัง, Birko-Flor, พื้น EVA และพื้นรองเท้าไม้ค็อกกับยางพาราของเรา เป็นส่วนประกอบสำหรับการออกแบบที่โดดเด่น แม้ว่าสูตรในการผลิตอาจฟังดูแข็งๆ แต่ทีมฝ่ายครีเอทีฟของแบรนด์ต่างสร้างสรรค์ความแตกต่างออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในคอลเล็คชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2020 วลีเดียวทีเหมาะกับคอลเลคชั่นนี้คือ Birkenstock Classic ซึ่งหลายคู่ประสบความสำเร็จมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

ปัจจุบันโบฮีเมียนเป็นธีมเทรนด์ที่นำมาใช้กับรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อก และการออกแบบที่ผลิตจากความคิดอันสดใหม่และเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่แฟนๆ หลายคนถูกกำหนดให้กลายเป็นนักสะสมไปโดยปริยาย เรื่องราวของเบอร์เคนสต๊อกเป็นหนึ่งในรูปแบบของสไตล์ วัฒนธรรม และความรับผิดชอบ รวมถึงเป็นแนวคิดที่ขับเคลื่อนเหล่าโมเดล วีแกนเช่นกัน

พื้นรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงต้องการความสบายที่ไม่ต่างกัน ซึ่งคำว่า “Footbed” (พื้นรองเท้า) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1930 โดยเบอร์เคนสต๊อกได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ

การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาว 2020 ของ Birkenstock (เบอร์เคนสต็อก) ออกไลน์รองเท้าผ้าใบและรองเท้าบู๊ตหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมเฉดสีที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่อย่าง ซีรีส์เบนด์ (Bend Series) เป็นรองเท้าหนังที่มีฟังก์ชั่นใหม่และสวมใส่สบายแม้จะใส่เป็นระยะเวลานานแค่ไหน, รองเท้ากึ่งแตะรองเท้ารุ่นบัคลีย์ (Buckley) ซึ่งเป็นรุ่นคลาสสิกประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว และรองเท้าแตะดีไซน์คลาสสิกที่นำวัสดุหลายชนิดมาใช้ ทั้งรองเท้ารุ่นฟรังก้า (Franca) รุ่นแอริโซน่า (Arizona) และรุ่นกิเซ่ (Gizeh) เรียกได้ว่ารองเท้าในซีซั่นนี้มีให้เลือกหลายแบบ ทำให้รองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกขยายจากไลน์สินค้าจากรองเท้าแตะลำลองไปจนถึงรองเท้าสนีกเกอร์ระดับพรีเมียม

รองเท้าทุกรุ่นมาพร้อมพื้นไม้ค็อก (Cork Footbed) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์ การันตีได้ถึงความสบายยามสวมใส่ ซึ่งไม่ใช่แค่รองเท้าแตะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรองเท้าสนีกเกอร์และรองเท้าบู้ทด้วย ยิ่งคุณใส่รองเท้าที่พื้นไม้ทำจากไม้ค็อกนี้มากเท่าไร พื้นรองเท้าก็จะปรับให้พอดีกับรูปเท้าและกลายเป็นรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดของคุณ

เป็นกลุ่มรองเท้าผ้าใบหนังที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในคอลเลคชั่นรองเท้าของฤดูกาลนี้ รุ่น BEND LOW เป็นรองเท้าสนีกเกอร์สไตล์โลว์คัต มีดีไซน์แบบพื้นไม้ค็อกอันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถมองเห็นได้จากช่วงส้นรองเท้า มีการใช้ไม้ค็อก-พียู (PU) แบบใหม่สำหรับพื้นรองเท้าชั้นกลางและไม้ค็อกจะดูดซับแรงกระแทกเมื่อมีการทิ้งน้ำหนักลงไป ช่วงปลายเท้ายังมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยรักษาความมั่นคงและรองรับการเดินอย่างเป็นธรรมชาติ มาพร้อมพื้นรองเท้าด้านในที่ถอดออกได้และซับในที่สามารถระบายอากาศได้ดี รองเท้าผ้าใบหนังรุ่นนี้ช่วยให้ผู้ใส่ไม่มีอาการเมื่อยล้าแม้จะสวมใส่เป็นเวลานาน นอกจากสีขาวและสีดำที่เรียบง่ายแล้วยังมีสีให้เลือกอีก ได้แก่สี Ochre และ White ซึ่งเป็นสีที่เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

รองเท้ารุ่น BEND LOW ราคา 7,590 บาท

รองเท้ารุ่น Buckley (บัคลีย์) เป็นรองเท้ากึ่งรองเท้าแตะ โดยมีเอกลักษณ์เป็นพื้นรองเท้าไม้ค็อกแบบเปิดโล่ง ที่สามารถจดจำได้ทันทีว่าเป็นของแท้จากเบอร์เคนสต๊อก ส่วนด้านบนรองเท้าทำจากหนังกลับเนื้อนุ่มชนิดเดียวกับที่ใช้ทำสายคาดรองเท้าและซับที่ใช้บุพื้นรองเท้าด้านใน ซึ่งตัวซับนั้นมีความยืดหยุ่นและอ่อนโยนต่อผิว โอบรับเท้าของผู้สวมใส่อย่างนุ่มนวลและปรับให้เข้ากับรูปทรง นอกจากนี้ยังสามารถระบายอากาศได้ดี มีสองเฉดสีให้เลือกได้แก่สี Black และTea

รองเท้ารุ่น Buckley Suede Leather ราคา 5,290 บาท

อีกหนึ่งรองเท้าแตะแสนสบายที่สะดุดตาด้วยสายไขว้แบบบาง ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์และความสบายอันน่าประทับใจยามสวมใส่ ทำให้สาวๆ สายแฟชั่นมีทั้งความสง่างามและความสะดวกสบายตลอดวัน ในส่วนของพื้นรองเท้าบุด้วยหนังเปียอูมาโตเนื้อนุ่ม (Soft Piumato) ทำให้สวมใส่สบายเป็นพิเศษ สายด้านบนรองเท้ามีทั้งที่ทำจากหนังนูบัคสองชนิด ได้แก่ แบบเคลือบเงาและแบบด้าน มีด้วยกันสองเฉดสี ได้แก่ สี Black และ Cognac

รองเท้ารุ่น Franca ราคา 6,490 บาท

ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน รองเท้ารุ่นยอดนิยม Arizona ก็สามารถหยิบมาใส่ได้ไม่มีปัญหา สำหรับซีซั่นนี้โดดเด่นสดใสด้วยสายรัดสีทิวลิปฟิวเชียที่ทำจาก Birko – Flor ซึ่งเป็นวัสดุที่มีโครงสร้างคล้ายหนังฟอก ทนต่อการฉีกขาด และง่ายแก่การบำรุงรักษา มาพร้อมพื้นรองเท้าไม้ค็อกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีรุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นคือ รุ่น Gizeh ที่ใช้วัสดุและเฉดสีเดียวกัน

รองเท้ารุ่น Arizona และ Gizeh (Patent Fuchsia Tulip) ราคา 3,590 บาท