เซ็ตรองเท้าแตะ เป็นมิตรกับน้ำ มีความยืดหยุ่น ใส่สบาย จาก Birkenstock | Birkenstock

ต้อนรับเดือนสุดท้ายของปี 2020 ด้วยเซ็ตรองเท้าแตะรุ่น EVA รองเท้าแตะที่เป็นมิตรกับน้ำ มีความยืดหยุ่น และอ่อนนุ่มเหมาะสำหรับทั้งครอบครัว สวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาสและสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าที่บ้าน ริมสระว่ายน้ำ ไปจนถึงริมชายหาดสุดชิล

Birkenstock Arizona ถือเป็นอีกหนึ่งไอคอนที่มีดีไซน์คลาสสิกและผลิตขึ้นจากพื้นไม้ค็อก ก่อนจะนำ EVA ที่เป็นวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ และมีความยืดหยุ่นสูงมาใช้ผลิตเป็นรองเท้าแตะรุ่น Arizona EVA ขึ้น โดยรองเท้ารุ่นพิเศษนี้มีคุณสมบัติดูดซับแรงกระแทก กันน้ำ เหมาะสวมใส่ริมชายหาด ในสวน หรือจะใส่สวยๆ เดินชิลๆ ช่วงวันหยุด มาพร้อมเฉดสีใหม่ให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สี Active Red, Active Lime และ Purple Fog

THE ARIZONA BIG BUCKLE COLLECTION (ราคา 7,490 บาท)

ไอคอนดั้งเดิมของ Birkenstock ขอยกระดับความคลาสสิกในคอลเล็คชั่น Big Buckle ไปอีกขั้น ด้วย Arizona Big Buckle ที่ประดับหัวเข็มขัดขนาดใหญ่ที่สามารถปรับขนาดได้บนสายรัดทั้งสองเส้น และหนังระดับพรีเมี่ยมอย่างหนังนูบัคสุดหรูที่มีทั้งความโดดเด่นและเรียบง่ายในคราวเดียวกัน มาพร้อมกับพื้นรองเท้าซึ่งทำจากไม้ค็อกสวมใส่สบาย ซับด้านในพื้นรองเท้าทำจากหนังแท้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หลักของแบรนด์อีกด้วย สำหรับคอลเล็คชั่นยอดนิยมนี้มาในโทนสีรับลมหนาวหลากสไตล์ ได้แก่สี Jade, Cognac และ Light Rose

ต่อให้เลียนแบบเท่าไร ก็ไม่มีวันได้คุณภาพที่เหมือนกับ:
ต้นฉบับพื้นรองเท้า (Footbed) ระดับพรีเมี่ยมของเบอร์เคนสต๊อก

ต้นฉบับพื้นรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น แม้แต่ในปัจจุบันเราต่างก็ยังคงต้องการความสบายที่ไม่ต่างกัน ซึ่งคำว่า “Footbed” (พื้นรองเท้า) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1930 โดยเบอร์เคนสต๊อกได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ

การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

รายละเอียดของพื้นรองเท้า

  1. ส้นรองเท้าก้นลึก
    การขึ้นรูปที่ลึกมากในบริเวณส้นเท้า ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ สิ่งนี้ช่วยให้เท้าของเราได้รับการรองรับที่ดีเทียบเท่ากับการใส่รองเท้าแบบปิดมิดชิด ทั้งที่กำลังใส่รองเท้าแตะอยู่
  2. แม่พิมพ์ส้นเท้า
    ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น
  3. การออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง
    ส่วนโค้งตามแนวยาวของพื้นรองเท้าด้านข้างนั้นล้อมรอบกระดูกช่วงข้อเท้า (tarsal) ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เท้าของเรามีความมั่นคงมากขึ้นเวลาก้าวเดิน
  4. เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ
    เส้นโค้งที่พาดกลางผ่านกลางฝ่าเท้านั้นช่วยรักษากระดูกฝ่าเท้าให้คงที่ ซึ่งเส้นโค้งแนวขวางนั้นช่วยทำให้เท้าถูกลักษณะตามธรรมชาติและท่าทางการยืนและเดินที่มั่นคงขึ้น
  5. ร่องยึดนิ้วเท้า
    รอยยักที่เยื้องอยู่ช่วงด้านหน้าของพื้นรองเท้าใกล้กับนิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งช่วงร่องยึดนิ้วเท้านั้นออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ
  6. ขอบของพื้นรองเท้า
    พื้นรองเท้าถูกยกให้สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี

พื้นรองเท้าให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย